พุทธมามกะ: พระพุทธเจ้าของฉัน
เนื่องในโอกาสพิเศษ “พุทธชยันตี มหาธัมมาภิสมัย”
๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
*******
(ขอเชิญบวชชีพราหมณ์ ตั้งแต่วันที่ ๑-๔ มิ.ย. รับสมัครลงทะเบียนแล้ววันนี้ : พระครูศรีมหาเจติยาภิมณฑ์ : อ.วิช)
การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ จัดอยู่ในกุศลพิธี เป็นเรื่องเกี่ยวกับพิธีกรรมต่าง ๆ อันเกี่ยวเนื่องด้วยการอบรมความดีงามทางพระพุทธศาสนา การแสดงตนเป็นพุทธมามกะคือ การประกาศตนของผู้แสดงว่า เป็นผู้รับนับถือพระพุทธเจ้าเป็นของตน เป็นการแสดงตนให้ปรากฏว่ายอมรับนับถือพระพุทธศาสนาประจำชีวิตของตนนั้นเอง การปฏิญาณตนเป็นผู้นับถือพระศาสนา ไม่จำต้องทำเฉพาะคราวเดียว ทำซ้ำ ๆ ตามกำลัง แห่งศรัทธาและเลื่อมใสก็ได้ เช่น พระสาวกบางรูปภายหลังแต่ได้รับอุปสมบทได้ลั่นวาจาว่า พระผู้มีพระภาคเป็นพระศาสดาของข้าพระพุทธเจ้า ๆ เป็นสาวกดังนี้ก็มี อุบาสกประกาศตนเป็นพุทธมามกะหนหนึ่งแล้ว ประกาศซ้ำอีกก็มี
เมื่อการถือพระศาสนาไม่เป็นเพียงเฉพาะตัว ถือกันทั่วทั้งสกุลและสืบชั้นลงมา มารดาบิดายอมนำบุตรธิดาของตนให้เข้าถึงพระศาสนาที่ตนนับถือตั้งแต่ยังเป็นเด็กอ่อนไม่รู้จักเดียงสา ต่อเมื่อรู้ความแล้วสามารถแสดงตนเป็นพุทธมามกะได้อีกเหมือนกันไม่มีข้อห้าม
การนำเด็กเข้าพระศาสนาตั้งแต่ยังเล็ก เด็กไม่รู้สึกด้วยตนเอง เมื่อโตขึ้นที่เป็นชายจึงนำเข้าบรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ที่เจ้าตัวได้ปฏิญาณการนำเข้าและแสดงซ้ำอย่างนี้เป็นทัฬหีกรรม คือ ทำให้มั่นเข้า เช่นเดียวกับอุปสมบทซ้ำฉะนั้น
ความเป็นมาของการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
เมื่อความนิยมในการบวชสามเณรจืดจางลง พร้อมกันกับการส่งเด็กออกไปเรียนในยุโรป ก่อนแต่มีอายุสมควรบวชเณร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชปริวิตกว่า เด็ก ๆ จักหาได้ความรู้สึกในทางศาสนาไม่ จึงโปรดให้พระราชโอรส ผู้มิได้เคยทรงผนวชเป็นสามเณรทรงปฏิญาณพระองค์เป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนาก่อนเสด็จออกไปศึกษายุโรป ครั้งนั้นใช้คำแสดงตนเป็นอุบาสกตามแบบบาลี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เป็นพระองค์แรกปฏิญาณพระองค์ตามธรรมเนียมที่ทรงตั้งขึ้นใหม่นั้นและใช้เป็นราชประเพณีต่อมา ได้ทราบว่า ผู้อื่นจากพระราชวงศ์ เห็นชอบตามพระราชดำริทำตามบ้างก็มี
ธรรมเนียมนี้แม้ได้ใช้นานมาแล้ว ยังไม่ได้เรียบเรียงไว้เป็นแบบแผนชัดเจน สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า(รัชกาลที่ ๖) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าจะส่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมพฏพงศ์บริพัตร พระโอรสสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิตกับหม่อมเจ้าอื่น ๆ ออกไปศึกษาในยุโรป สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต มีพระประสงค์จะให้พระโอรสได้ปฏิญาณพระองค์ในพระพุทธศาสนา ตามธรรมเนียมที่พระองค์ได้เคยทรงมา พระบิดาและพระญาติของหม่อมเจ้าอื่นก็ทรงดำริร่วมกัน เป็นอันว่าธรรมเนียมนี้ยังจักใช้อยู่ต่อไป
โดยเหตุนี้ จึงเกิดเป็นประเพณีนิยมแสดงตนเป็นพุทธมามกะขึ้นสืบต่อกันมา แต่ในปัจจุบันความนิยมของชาวพุทธในประเทศไทย มีสรุปได้ว่า
๑. เมื่อมีบุตรหลานของตนมีอายุพ้นเขตเป็นทารก เจริญวัยอยู่ในระหว่างอายุ ๑๒ ถึง ๑๕ ปี ก็ประกอบพิธีให้บุตรหลานได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะ เพื่อให้เด็กสืบความเป็นชาวพุทธตามตระกูลวงศ์ต่อไป
๒. เมื่อจะส่งบุตรหลานของตนซึ่งเป็นชาวพุทธอยู่แล้ว ให้ไปอยู่ในถิ่นที่ไม่ใช่ดินแดนของพระพุทธศาสนา เพื่อการศึกษาหรือเพื่อประโยชน์ใด ๆ ก็ตาม เป็นการที่ต้องจากถิ่นไปนานแรมปี ก็นิยมประกอบพิธีให้บุตรหลานของตนที่จะจากไปนั้นแสดงตนเป็นพุทธมามกะ เพื่อให้เด็กได้รำลึกอยู่เสมอว่าตนเป็นพุทธศาสนิกชน
๓. เมื่อจะปลูกฝังนิสัยเยาวชนให้มั่นคงในพระพุทธศาสนา ส่วนมากทางโรงเรียนที่สอนวิชาทั้งสามัญและอาชีวศึกษาแก่เด็ก ซึ่งตั้งอยู่ในกลุ่มชาวพุทธ นิยมประกอบพิธีให้นักเรียน ที่เข้าศึกษาใหม่ในรอบปีได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะหมู่ คือแสดงรวมกันเป็นหมู่ ทำปีละครั้งในวันที่สะดวกที่สุด เพื่อให้นักเรียนเห็นความสำคัญในการที่ตนเป็นชาวพุทธร่วมอยู่กับชาวพุทธทั้งหลาย
๔. เมื่อมีบุคคลต่างศาสนาเกิดเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ต้องการจะประกาศตนเป็นชาวพุทธ ก็ประกอบพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ เพื่อประกาศว่า นับแต่นี้ไปตนยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาแล้ว
จากพุทธมามกะ – พุทธชยันตี
พุทธชยันตี (बुद्धजयंती,Buddha Jayanti) เป็นชื่อเรียกงานเฉลิมฉลองหรือพิธีบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนื่องในวาระแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาในประเทศไทย ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๔ มิถุนายน พุทธชยันตีนี้เป็นที่รู้จักกันดีของชาวพุทธนานาชาติอย่างในประเทศศรีลังกา อินเดีย พม่า เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงการเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒๕ พุทธศตวรรษ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐ แต่สันนิษฐานว่ามีการเริ่มต้นงานเฉลิมฉลองพุทธชยันตีนี้ ภายหลังจากที่ประเทศศรีลังกาได้รับเอกราช จากประเทศอังกฤษในปี พ.ศ.๒๔๙๑ และจากการที่ ดร.อัมเบดการ์ (Dr. Babasaheb Bhimrao Ramji Ambedkar) ได้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย โดยมีการนำชาวอินเดียประมาณ ๒ แสนคนปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ (อินเดีย ศรีลังกา นับเป็น พ.ศ.๒๕๐๐ เร็วกว่าไทย ๑ ปี) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒๕ พุทธศตวรรษ นอกจากนี้รัฐบาลประเทศอินเดียยังได้สร้างสวนสาธารณะพุทธชยันตีไว้ที่กรุงนิวเดลีเพื่อเป็นอนุสรณ์ในวาระนี้ด้วย สำหรับรัฐบาลไทย ในสมัยของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒๕ พุทธศตวรรษ ด้วยการสร้างพุทธมณฑลเป็นอนุสรณ์สถาน ประกาศให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดยกำหนดให้วันพระหรือวันธรรมสวนะเป็นวันหยุดราชการ (ประกาศสำนักคณะรัฐมนตรี ฉบับที่ ๙ ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๙๙) และมีการพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาไทยครบชุดฉบับแรก เป็นต้น สำหรับการเฉลิมฉลองในระดับนานาชาตินั้น รัฐบาลพม่าได้เป็นเจ้าภาพในการจัด “ฉัฏฐสังคีติ” คือการสังคายนาพระไตรปิฎกระดับนานาชาติ โดยทางพม่านับเป็นการสังคายนาครั้งที่ ๖ (ปัจจุบันนำต้นฉบับนี้มาทำเป็นพระไตรปิฎกฉบับสากล ด้วยอักษรโรมัน) แล้วได้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกบาลีและคัมภีร์ทั้งหลายขึ้นเป็นจำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นสมควรถือแบบอย่างที่ท่าน ดร.อัมเบดการ์ ได้เคยนำชาวอินเดียปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธนั้นมาเป็นรูปแบบการจัดงาน “พุทธชยันตี มหาธัมมาภิสมัย” ในวาระโอกาส ๒๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในประเทศไทยในปีนี้เป็นอย่างยิ่ง
พุทธชยันตีหมายความว่าอะไร?
พุทธชยันตี รากศัพท์ของคำว่า “ชยันตี” มาจากคำว่า “ชย” คือชัยชนะ อันหมายถึงชัยชนะของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อหมู่มารและกิเลสทั้งปวงอย่างสิ้นเชิง อันทำให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บังเกิดขึ้นในโลก พุทธชยันตีจึงมีความหมายว่าเป็นการตรัสรู้ และการบังเกิดขึ้น ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย ดังนั้น พระสูตรที่มีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษก็คือ “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” ซึ่งถือว่าเป็นทางเดินสำหรับชาวพุทธทั่วโลกอีกด้วย
ระเบียบพิธี
๑. มอบตัว ผู้ประสงค์จะประกอบพิธี ต้องไปมอบตัวกับพระอาจารย์ที่ตนเคารพนับถือ และมุ่งหมายจะให้เป็นประธานสงฆ์ในพิธีด้วยก่อน ถ้าเป็นเด็กต้องมีผู้ปกครองนำไป แต่ถ้าเป็นพิธีแสดงหมู่ เช่น นักเรียน ให้ครูใหญ่หรือผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้นำแต่เพียงบัญชีรายชื่อของนักเรียนที่จะเข้าพิธีไปเท่านั้นก็พอ ไม่ต้องนำนักเรียนทั้งหมดไปก็ได้ การมอบตัวควรมีดอกไม้ ธูปเทียนใส่พานไปถวายพระอาจารย์ตามธรรมเนียมโบราณด้วย พึงปฏิบัติดังนี้
ก. เข้าไปหาพระอาจารย์ ทำความเคารพพร้อมกับผู้นำ (ถ้ามีผู้นำ)
ข. แจ้งความประสงค์ให้พระอาจารย์ทราบ เมื่อพระอาจารย์รับแล้ว จึงมอบตัว
ค. การมอบตัว ให้ผู้จะแสดงตนเป็นพุทธมามกะถือพานดอกไม้ธูปเทียน ที่เตรียมไปนั้น เข้าไปใกล้ ๆ พระอาจารย์คุกเข่าลงกับพื้น กะว่าเข่าของตนห่างจากตัวพระอาจารย์ประมาณศอกเศษ แล้วยกพานนั้นน้อมตัวประเคน เมื่อพระอาจารย์รับพานแล้วเขยิบกายถอยหลังทั้ง ๆ อยู่ในท่าคุกเข่านั้น ห่างออกมาเล็กน้อย แล้วประนมมือก้มลงกราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ตรงหน้าพระอาจารย์ ๓ ครั้ง ถ้าเป็นตัวแทนมอบตัวหมู่ ให้ผู้แทนปฏิบัติเช่นเดียวกัน พร้อมกับถวายบัญชีรายชื่อผู้ที่จะประกอบพิธี
ฆ. กราบเสร็จแล้วนั่งราบในท่าพับเพียบลงตรงนั้นเพื่อฟังข้อแนะนำ และนัดหมายของพระอาจารย์จนเป็นที่เข้าใจเรียบร้อย
ง. เมื่อตกลงกำหนดการกันเรียบร้อยแล้ว ขอเผดียงสงฆ์ต่อพระอาจารย์ตามจำนวนที่ต้องการ ไม่น้อยกว่า ๓ รูป รวมเป็น ๔ ทั้งพระอาจารย์ เมื่อเสร็จธุระนี้แล้ว ให้กราบลาพระอาจารย์ด้วยเบญจางค-ประดิษฐ์อีก ๓ ครั้ง
๒. เตรียมการ ในการประกอบพิธีนี้ต้องมีเตรียมการให้พร้อมทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายผู้แสดงตน คือ
ก. ฝ่ายสงฆ์ พระอาจารย์ผู้เป็นประธานสงฆ์ได้รับมอบตัวผู้จะแสดงตนเป็นพุทธมามกะแล้ว ต้องเป็นผู้จัดเตรียมบริเวณพิธีภายในวัดให้พร้อมก่อนกำหนดนัด เพราะพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะนี้ประกอบขึ้นในวัดเป็นเหมาะที่สุด ถ้าไม่จำเป็นแล้ว ไม่ควรทำในที่อื่น บริเวณพิธีในวัดควรจัดในพระอุโบสถได้เป็นดี เพราะเป็นสถานที่สำคัญอันเป็นหลักของวัด แต่ถ้าในอุโบสถไม่สะดวกด้วยประการใด ๆ ควรจัดในวิหาร หรือ ศาลาการเปรียญ หอประชุมแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ ไม่ควรจัดให้มีในที่กลางแจ้ง ควรตั้งโต๊ะบูชา มีพระพุทธรูปเป็นประธานในบริเวณพิธีนั้น ๆ จัดให้สะอาดเรียบร้อยตามธรรมเนียมและให้เด่น อยู่กึ่งกลาง ถัดหน้าโต๊ะบูชาออกมาตรงหน้าพระประธาน ตั้งหรือปูอาสนะสงฆ์ หันหน้าออกตามพระประธานนั้น อาสนะพระอาจารย์อยู่ข้างหน้าเดี่ยวเฉพาะองค์เดียว อาสนะพระสงฆ์อยู่ข้างหลังพระอาจารย์ เรียงแถวหน้ากระดาน ถ้าเป็นการแสดงตนหมู่ ควรเตรียมที่ปักธูปเทียนและที่วางดอกไม้บชูาพระสำหรับผู้แสดงตนไว้ข้างหน้าให้พร้อม ถ้าสถานที่ไม่อำนวยให้จัดดังเช่นนี้ได้ ก็จัดอาสนะพระอาจารย์และพระสงฆ์ให้อยู่ทางซีกขวาของพระประธานเป็นด้านข้าง ให้หันหน้าไปทางซีกซ้ายของพระประธาน วิธีจัดก็ให้อาสนะพระอาจารย์อยู่หน้าอาสนะสงฆ์ เรียงแถวอยู่หลังพระอาจารย์เช่นเดียวกับที่กล่าวแล้ว ที่จัดดังนี้
ก็เพื่อให้ผู้แสดงตนเข้าแสดงตนต่อสงฆ์ โดยหันหน้า ตรงพระอาจารย์แล้วได้หันมือขวาเข้าหาพระประธาน นับว่าเป็นการแสดงความเคารพอีกประการหนึ่งด้วย
ข. ฝ่ายผู้แสดงตน ต้องตระเตรียมผ้าขาวสำหรับนุ่งผืนหนึ่ง ชายควรนุ่งโจงกระเบน
หญิงควรนุ่งจีบแบบผ้าถุง หรือจะตัดเย็บเป็นกระโปรงก็ได้แล้วแต่เหมาะสม และต้องมีผ้าขาวสำหรับห่มสไบเฉียงอีกผืนหนึ่ง ใช้เหมือนกันทั้งชายและหญิง นอกจากนี้ มีเสื้อขาวแบบสุภาพสวมก่อนสไบเฉียงทั้งชายและหญิง รองเท้าและถุงเท้าไม่ต้องใช้ ถ้าเป็นการแสดงตนหมู่ เช่น นักเรียนหรือข้าราชการ เป็นต้น จะไม่นุ่งขาวห่มขาวตามแบบ ก็ให้แต่งเครื่องแบบของตนให้เรียบร้อยทุกประการ เว้นแต่รองเท้าต้องถอดในเวลาเข้าพิธี อีกประการหนึ่ง ต้องเตรียมเครื่องสักการะสำหรับถวายพระอาจารย์ในพิธีเฉพาะตน ๆ ด้วย คือ ดอกไม้ธูปเทียนใส่พาน ๑ ที่ กับดอกไม้ธูปเทียนสำหรับจุดบูชาพระในพิธี ๑ ที่
นอกนั้นจะมีไทยทานถวายพระสงฆ์ในพิธีด้วยก็แล้วแต่ศรัทธา
๓. พิธีการ เมื่อเตรียมการพร้อมทุกฝ่ายดังกล่าวแล้ว ถึงวันนัดประกอบพิธี
โดยปฏิบัติ ดังนี้
ก. ให้ผู้จะแสดงตนเป็นพุทธมามกะ นุ่งขาว ห่มขาว หรือแต่งเครื่องแบบ
ของตนเรียบร้อยแล้วไปยังบริเวณพิธีก่อนกำหนด นั่งรอเวลาในที่ที่ทางวัดจัดให้
ข. ถึงเวลากำหนด พระอาจารย์และพระสงฆ์เข้าสู่บริเวณพิธีกราบพระพุทธรูปประธานแล้ว เข้านั่งประจำอาสนะ
ค. ให้ผู้แสดงตนเข้าไปคุกเข่าหน้าโต๊ะบูชา จุดธูปเทียนและวางดอกไม้บูชา
พระส่งใจระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย เปล่งวาจาว่า
อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมิ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้า ด้วยเครื่องสักการะนี้(กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมิ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ด้วยเครื่องสักการะนี้(กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมิ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ ด้วยเครื่องสักการะนี้(กราบ)
ถ้าเป็นการแสดงตนหมู่ ให้หัวหน้าเข้าไปจุดธูปเทียนบูชาคนเดียว นอกนั้น
วางดอกไม้ธูปเทียนยังที่ที่จัดไว้ แล้วนั่งคุกเข่าประนมมือ หัวหน้านำกล่าวคำบูชา ให้
ว่าพร้อม ๆ กัน การกราบต้องก้มลงกราบกับพื้นด้วยเบญจางคประดิษฐ์ทุกครั้ง
ฆ. เข้าไปสู่ที่ประชุมสงฆ์ตรงหน้าพระอาจารย์ ถวายพานเครื่องสักการะแก่
พระอาจารย์ แล้วกราบพระสงฆ์ตรงหน้าพระอาจารย์นั้น ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๓
ครั้ง ถ้าแสดงตนหมู่ ทุกคนคงนั่งคุกเข่าประนมมืออยู่กับที่ หัวหน้าหมู่คนเดียวนำ
สักการะเข้าที่เดียวเข้าถวายแทนทั้งหมู่ แล้วกราบพร้อมกับหัวหน้า
ง. กราบเสร็จแล้วคงคุกเข่าประนมมือ เปล่งคำปฏิญาณตนให้ฉะฉานต่อ
หน้าสงฆ์ ทั้งคำบาลีและคำแปล เป็นตอน ๆ ไปจนจบเรื่องปฏิญาณ ดังนี้
พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
คำนมัสการ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
คำแปล
ข้าพเจ้าขอขอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
ข้าพเจ้าขอขอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
ข้าพเจ้าขอขอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
คำปฏิญาณ (สำคัญมาก ตั้งใจกล่าวให้ถูกต้อง)
เอสาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพฺพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ
สังฆัญจะ, พุทธะมามะโกติ,(หญิงว่า... พุทธะมามิกาติ) มัง สังโฆ ธาเรตุ ฯ
คำแปล
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แม้ปรินิพพานไปแล้ว
ทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ เป็นสรณะที่ระลึกนับถือ ขอพระสงฆ์จงจำข้าพเจ้าไว้ว่า
เป็นพุทธมามกะ ผู้รับเอาพระพุทธเจ้าเป็นของตน คือ ผู้นับถือพระพุทธเจ้า
เมื่อผู้ปฏิญาณกล่าวคำปฏิญาณจบแล้ว พระสงฆ์ทั้งนั้นประนมมือรับว่า “สาธุ”
พร้อมกันต่อนั้นให้ผู้ปฏิญาณลดลงนั่งราบแบบพับเพียบกับพื้น แล้วประนมมือฟัง
โอวาทต่อไป (และต่อด้วยการสมาทานศีล ๕ ตามลำดับ)
พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ธรรม
พระองค์จึงได้ตั้งพระทัยที่จะออกแสวงหาโมขธรรมกล่าวคือการผนวชเป็นสมณะ ดำรงชีพอยู่เยี่ยงสามัญชนคนธรรมดาท่ามกลางป่าเขาลำ เป็นต้นว่า ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน โดยตั้งพระทัยอย่างแน่วแน่ที่จะแสวงหาทางแห่งความหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญเพียรอย่างเอาชีวิตเข้าแลกด้วยการบำเบ็ญทุกกรกิริยา ๖ ปีล่วงเลยไปจนในที่สุด..อริยสัจ ๔ คือ หลักความจริงอันประเสริฐ ได้ปรากฏในฌานสมาธิพระองค์ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดิอน ๖ (วิสาขะ) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าค้นพบว่า มชฺฌิมาปฏิปทา คือ ทางสายกลาง แห่งการบรรลุธรรม เมื่อพระองค์ได้บรรลุถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้แล้ว พระองค์ได้ทรงหวนระลึกถึงบรรดามนุษยชาติเพื่อนร่วมโลกอีกเป็นจำนวนมากที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์แห่งโลกิยวิสัย อ่านเพิ่มเติม... เพิ่มข้อคิดเห็นใหม่
ณ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๕ เมษายน ๒๕๕๕ ขอเชิญร่วมฉลองปีใหม่ไทย ณ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน วันที่ ๑๑-๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ ร่วมทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน สรงน้ำพระ บังสุกุลอัฐิบรรพบุรุษ ก่อเจดีย์ทราย รดน้ำผู้ใหญ่ ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีเดือน ๕ ของไทย เป็นประเพณีเก่าแก่ซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณกาล หรือเรียกว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง ประเพณีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไทย เดิมมีการสรงน้ำพระเพื่อความสิริมงคลเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข จึงขอเชิญร่วมงาน “งานสงกรานต์ สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ นมัสการพระเจดีย์ศรีมหาธาตุ” ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๕ เมษายน ๒๕๕๕ รวม ๕ วัน ณ บริเวณล้านสนามหญ้าด้านหน้าองค์พระเจดีย์ วันที่ ๑๓ เมษายน พิธีทำบุญตักบาตร เวลา ๐๖.๐๐-๐๘.๐๐ น. ณ ตึกติสสะเถระ บังสกุลอัฐิบรรพบุรุษ ถวายทาน วันที่ ๑๔ เมษายน เป็นวันธรรมสวน (วันพระ) ปฏิบัติธรรม จิตภาวนา รักษาอุโบสถศีล
สัปดาห์วันมาฆบูชา ๓-๗ มีนาคมวัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน กรุงเทพฯ จัดงานสัปดาห์วันมาฆบูชา ระหว่างวันที่ ๓-๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕ โดยมีกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พุทธศาสนิกชนร่วมแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ปฏิบัติธรรมจิตภาวนา ฟังเทศน์ นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ตักบาตร เวียนเทียน ชมนิทรรศการ จำนวนมาก สถาบันฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธ)วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นสถานที่ตั้งของ สถาบันฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ร่วมกับ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ในความอุปถัมภ์ของมหาเถรสมาคม และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ขณะนี้กำลังดำเนินการฝึกอบรม พระภิกษุผู้เข้ารับการฝึกอบรมพระธรรมทูตฯ รุ่นที่ ๑๘ จำนวน ๔๓ รูป รวมเจ้าหน้าที่ ๖๐ รูป ในภาควิชาการ ตั้งแต่วันที่ ๗ - ๑ มินาคม (รวม ๒ เดือน) จึงขอเชิญท่านร่วมเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้า-เพล น้ำปานะ โดยติดต่อเป็นเจ้าภาพได้ที่ ๐๒-๕๒๑๐๓๑๑ หรือ สนง.กองรายได้และผลประโยชน์ วัดพระศรีมหาธาตุ (อาคารมีกรงาม) ติดตามรายละเอียด การฝึกอบรมพระธรรมทูตฯ ได้ที่ www.tidga.net สวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี
- พิธีเจริญพระมนต์มี ๒ จุด ๑. ในพระอุโบสถ ๒. ตึกติสสเถระ กำหนดการทำบุญตักบาตร วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ขอเชิญร่วมบำเพ็ญกุศลตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ ณ บริเวณหน้าตึกติสสเถระ เวลา ๐๖.๓๐ เป็นต้นไป กฐินพระราชทาน ปี ๒๕๕๔
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้ากฐินให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ในวันศุกร์ที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. เนื่องจากเกิดอุทภภัย จึงเลื่อนถวายกฐินพระราชทาน เป็นวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๙.๐๐ น.
ถวายปัจจัยบำรุงพระอาราม ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท จึงขอประกาศและอนุโมทนา กฐินพระราชทานกำหนดการกฐินพระราชทานวัดพระศรีมหาธาตุ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยกระทรวงยุติธรรม ครั้นเมื่อกาลออกพรรษา ถือเป็นโอกาสอันดีของชาวพุทธที่จะได้บำเพ็ญมหากุศลอีกอย่างหนึ่ง คือการถวายกฐิน สำหรับเทศกาลกฐินนี้ มีความเป็นมาอย่างไร คำ ว่า " กฐิน" มีความหมายเกี่ยวข้องกันถึง ๔ ประการ คือ กฐินที่เป็นชื่อกรอบไม้ |











งานสงกรานต์ สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ นมัสการพระเจดีย์ศรีมหาธาตุ
วัดพระศรีมหาธาตุ กำหนดจัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ สวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี วันเสาร์ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ - วันอาทิตย์ที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ณ ตึกติสสมหาเถระ วัดพระศรีมหาธาตุ เริ่มตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐ - ๒๔.๐๐ น. โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ ฟังธรรมบรรยาย - ชัยปริตคาถา - จิตภาวนา เจริญพระพุทธมนต์ - ถวายสังฆทาน - รับของที่ระลึก - รับน้ำพระพุทธมนต์สอบถามรายละเอียดได้ที่ พระครูปลัดเจติยวัฒน์ หรือ พระมหาณรงค์พจน์ เลขานุการวัด ๐๘๙ - ๖๘๙ ๔๖๘๗ 